ทองคำคืออะไร? 

ทองคำ (Gold) คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีสีเหลืองทอง มีลักษณะแวววาว และอ่อนนุ่มสามารถตีเพื่อแผ่ให้เป็นแผ่นบาง ๆ ได้ด้วยค่ะ ลองนึกถึงทองแผ่นบาง ๆ ที่ใช้ปิดทององค์พระก็ได้ค่ะ

แร่ทองคำจะสะสมตัวอยู่ใต้พื้นดินลึกลงไปในชั้นหินต่าง ๆ แร่ทองคำจะไม่ทำปฏิกิริยากับกับสารเคมีส่วนใหญ่และเจอก๊าซออกซิเจนก็ไม่เป็นอะไร ทำให้เมื่อทองคำถูกอากาศบนผิวโลกจะไม่มีการหมองและไม่เป็นสนิม ซึ่งต่างจากแร่อื่นที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเช่นนี้ และเพราะเจ้าทองคำอยู่ใต้ดินนี่แหละค่ะ จึงทำให้ทองคำเป็นแร่ที่หายาก กว่าจะขุดขึ้นมาได้ย่อมมีกระบวนการมากมาย นอกจากนี้คนเรายังรู้จักวิธีใช้ทองคำไปทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย จึงทำให้คนบนโลกใบนี้ให้คุณค่ากับทองคำมากเป็นพิเศษ
ทองคำมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ทองคำที่เรารู้จักคุ้นเคยกัน แบ่งได้เป็น 3 ประเภทได้แก่

ประเภทที่ 1 ทองคำแท่ง หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Gold Bar

จะเป็นทองคำเนื้อบริสุทธิ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าทองแท่งนั้นจะต้องเป็นทองคำ 100% เพราะทองคำ 100%จะไม่สามารถยึดตัวเป็นก้อนหรือเป็นแท่งได้ จึงต้องผสมด้วยเงิน(Silver) ทองแดง(Copper) หรือโลหะอื่นๆ เข้าไปเพื่อให้แข็งเป็นก้อนได้
ทองคำแท่งมีลักษณะเป็นก้อนหรือเป็นแท่งธรรมดาๆ (แต่ราคาไม่ธรรมดา) ไม่มีลวดลายความสวยงามให้หวือหวาตื่นตาตื่นใจเหมือนทองรูปพรรณ

เราคงเคยได้ยินโฆษณาโปรโมชั่นของสินค้าในโทรทัศน์ว่า “ซื้อปั๊บรับทองไปเลย 5 บาท! อย่าช้าหมดเขตสิ้นปีนี้” คำว่า”บาท”นั้นคืออะไร

สิ่งที่เราต้องรู้คือว่า...ทองจะมีหน่วยน้ำหนักที่เรียกว่า”บาท”ค่ะ(ทองหนัก 1 บาทไม่ถือเป็นทองแท่งนะคะ)
แล้วทองหนัก 1 บาทมีน้ำหนักเท่าไหร่กัน... ทองคำแท่ง 1 บาทจะมีน้ำหนักที่ 15.244 กรัมค่ะ
ถ้าเราอยากรู้ราคาซื้อขายทองคำแท่ง อยากบอกว่าส่วนใหญ่แล้วจำเท่ากับราคาทอ งคำที่สมาคมทองคำประกาศในแต่ละวันค่ะ(ดูราคาทองได้ที่ www.goldtraders.or.th)
ทองคะแท่งจะต้องมีเปอร์เซ็นต์ทองตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมาตรฐานทองคำแท่งของเมืองไทยคือ 96.5% ซึ่งเหมาะกับการซื้อไว้ลงทุนหรือซื้อเก็บไว้เป็นสินทรัพย์เพื่ออนาคตค่ะ
 

ราคาซื้อ-ราคาขายหมายความว่าอย่างไร?

เมื่อเราเข้าไปในเว็ปไซต์สมาคมค้าทองคำ
www.goldtraders.or.th
แล้วจะเห็นตารางราคาทองคำหน้าตาเป็นแบบนี้



ในตารางจะมีคำว่า”รับซื้อ” และ”ขายออก” 
เราอาจจะสงสัยว่าหมายความว่าอะไรกันแน่หมายถึงใคร... เรา...หรือว่าร้านทอง
คำว่า ”รับซื้อ” ที่เห็นหมายถึง ราคาทองที่ร้านทองรับซื้อจากเรา
คำว่า ”ขายออก” หมายถึง ราคาทองที่ร้านทองขายให้เรา
 

ประเภทที่ 2 ทองรูปพรรณ (Gold Ornament)

ทองคำรูปพรรณ เรามักใช้เป็นเครื่องประดับ สร้อยคอ แหวน กำไล นอกจากเพื่อความสวยงามแล้วบางครั้งก็นำไปเปลี่ยนเป็นเงิ นสดได้ทันทียามต้องการใช้เงินฉุกเฉิน หรือที่เราเรียกกันภาษาบ้านๆ ว่า ”จำนำทอง”

ทองรูปพรรณสวยงาม มีลวดลายหลายรูปแบบ ตั้งแต่เส้นเล็ก เส้นใหญ่ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไลข้อเท้า
ทองประเภทนี้มีขนาดน้ำหนักให้เลือกหลายราคา เมื่อเราซื้อทองรูปพรรณเราต้องจ่ายสิ่งที่เรียกว่า”ค่ากำเหน็จ”เพิ่มจากราคาเนื้อทองคำด้วย

 

เกร็ดความรู้

ค่ากำเหน็จ (Goldsmith’s Charge) คือ ค่าแรงที่ทำให้ทองคำแท่งกลายเป็นทองรูปพรรณ พูดง่ายๆ คือ ค่าทำลวดลายให้สวยงามนั่นเอง ถ้าลายยิ่งวิจิตรพิสดาร ยิ่งทำยากค่ากำเหน็จก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
 

ประเภทที่ 3 เหรียญทองคำ


เหรียญทองคำเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนต่างประเทศ โด ยเฉพาะนักสะสมเหรียญทองคำ
ราคาเหรียญทองคำนอกจะเป็นไปตามน้ำหนักทองคำ ของเหรียญแล้ว ยังบวกคุณค่าความนิยมในตัวเหรียญเพิ่มได้อีกด้วย
สำหรับเมืองไทย ในปัจจุบันมีร้านเพียงไม่กี่ร้านที่ทำเหรียญทองคำออกจำหน่าย จำทำเหรียญทองคำออกมาให้เป็นทางเลือกของนักลงทุนมือใหม่ที่มีทุนน้อยและต้องการออมเงินในรูปแบบทองคำ เนื่องจากมีน้ำหนักเพียง 1 บาท และ 2 บาท ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มาก
เหรียญทองคำมีราคาซื้อ-ขาย อยู่กึ่งกลางระหว่างทองคำรูปพรรณและทองคำแท่งคือ มีค่าธรรมเนียมสูงกว่าทองคำแท่ง แต่ยังถูกกว่าทองรูปพรรณ
 

ทองคำ96.5 กับ99.99คืออะไร ต่างกันยังไง

96.5% กับ 99.99% คือ เปอร์เซ็นต์ทองตามมาตรฐานเมืองไทยกับมาตรฐานต่างประเทศ

มาตรฐานทองคำเมืองไทยจะอยู่ที่ 96.5%
หมายความว่า มีทองคำบริสุทธิ์อยุ่จริงๆ 96.5% ส่วนที่เหลืออีก 3.5% คือส่วนประกอบอื่นๆ
มาตรฐานทองคำต่างประเทศจะอยู่ที่ 99.99% หมายความว่า มีทองคำบริสุทธิ์อยู่จริงๆ 99.99% ส่วนที่เหลืออีก 0.01% คือส่วนประกอบอื่นๆ




คลายข้อสงสัย ?
ถาม : สงสัยว่าถ้ามีทองคำอยู่ 96.5% แล้วส่วนที่เหลือเป็นอะไร?
ตอบ : ที่เหลือ 3.5% จะเป็นแร่เงินกับแร่ทองแดงหรือโลหะอื่นๆ แล้วแต่สูตรของร้านทอง สาเหตุที่ทองคำไทยจะอยู่ที่ 96.5% เพราะว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะกับการขึ้นรูปเป็นข้อประดับ การที่ทองคำมีแร่อื่นๆ ผสมอยู่ 3.5%ก็เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเครื่องประดับนั่นเอง 
ถ้าเป็นทอง 99.99% จะมีข้อจำกันในการสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ เพราะจำทำให้ทองคำอ่อนเกินไป 
ส่วนทองคำที่ต่ำกว่า 96.5% ก็จะไม่นิยมนำมาซื้อขายกัน เพราะเวลาที่ใช้งานไปเรื่อยๆ ทองคำที่ต่ำกว่า 96.5% จะเปลี่ยนสีเป็นออกเขียวๆ หรือที่เขาเรียกกันว่า”ทองเขียว”นั่นเอง

 

 
twitter share
© 2018 THAICHAROEN GOLDSMITH
Back to Top